Skip to main content
 
 
 

ขนมอาลัว (Thai Jelly Sugar Candy) ขนมร่วมสมัยที่ไม่เร่งรีบ

✒ ขนมอาลัว (Aa-Lua)



อาลัว ขนมที่ไม่เร่งรีบ

    อาลัว เป็นขนมหวานที่ต้องใช้เวลา ไม่ใช่แค่เวลาในการกวน แต่เป็นเวลาของความอดทน ความใส่ใจ และจังหวะมือที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป จากแป้ง น้ำตาล นม และกะทิ วัตถุดิบพื้นฐานที่ดูเรียบง่าย ถูกนำมากวนด้วยความร้อน จนทุกอย่างหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เหนียว นุ่ม และข้นอย่างพอดี อาลัวจึงไม่ใช่ขนมที่เร่งได้และไม่ใช่ขนมที่ทำแบบใจลอย เพราะหากเผลอไปเพียงนิดเดียว เนื้ออาจไม่เนียน สีอาจไม่สวย หรือกลิ่นหอมอาจไม่อยู่ครบ บางคนบอกว่าอาลัวเป็นขนมโบราณ แต่สำหรับฉันอาลัวคือขนมที่ยังหายใจอยู่ ถูกปรับรูปแบบ สีสัน และอารมณ์ ให้เข้ากับยุคสมัย โดยยังคงหัวใจแบบไทยไว้เหมือนเดิม

อาลัว : เสน่ห์จากอดีตถึงปัจจุบัน

    คำว่า อาลัว (Aa-Lua) มีรากศัพท์เชื่อมโยงกับคำว่า Allure ซึ่งหมายถึงความดึงดูด ความน่าหลงใหล ขนมชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศโปรตุเกส และถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย โดย ท้าวทองกีบม้า ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
  อาลัวในอดีตมีสองรูปแบบหลัก 
  • อาลัวชาววัง เนื้อแน่น ขนาดใหญ่ มีกะทิเป็นส่วนประกอบมาก 
  • อาลัวจิ๋ว ขนาดเล็ก สีสันสดใส รับประทานง่าย
    จนถึงปัจจุบัน อาลัวถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัย มีสีอ่อน พาสเทล หรือจัดวางในรูปแบบมินิมอล แต่ยังคงรสชาติหอมละมุนแบบไทยไม่เปลี่ยนไป

สูตรอาลัว (แบบพื้นฐาน)

  วัตถุดิบ: 
  • แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม 
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม กะทิ 250 มิลลิลิตร 
  • นมสด 100 มิลลิลิตร 
  • สีผสมอาหาร (ตามชอบ)
สูตรนี้ไม่ใส่สารกันเสีย เหมาะสำหรับทำรับประทานเองหรือทำขายแบบโฮมเมด
  วิธีทำ: 
  1. ผสมแป้ง น้ำตาล กะทิ และนมสดเข้าด้วยกัน คนให้แป้งละลายจนไม่เป็นเม็ด 
  2. ยกขึ้นตั้งไฟกลาง–อ่อน ใช้พายไม้กวนตลอดเวลา 
  3. กวนจนส่วนผสมข้น เหนียว และเริ่มร่อนจากกระทะเนื้อจะเนียนเป็นเงา 
  4. แบ่งเนื้ออาลัวออกเป็นส่วน ๆ ผสมสีผสมอาหารตามต้องการ 
  5. ปั้นหรือบีบใส่ถาดพักให้เซตตัว
  แบบสด: 
  • พักให้เย็น พร้อมรับประทาน 
  • เก็บในภาชนะปิดสนิท 
  • อายุการเก็บประมาณ 2–3 วัน 
  • เนื้อจะนุ่ม หอม และหวานละมุนที่สุด
  แบบแห้ง: 
  • นำอาลัวเข้าอบไฟอ่อน 
  • อบจนผิวแห้ง แต่ด้านในยังนุ่ม 
  • อายุการเก็บประมาณ 5–7 วัน 
  • เหมาะสำหรับจัดกล่อง หรือมอบเป็นของฝาก
  หมายเหตุจากคนทำ: อาลัวที่ดี ไม่จำเป็นต้องหวานจัด ไม่จำเป็นต้องสีสด แต่ควรมี จังหวะที่พอดี ทั้งความร้อน ความข้น และความตั้งใจ เพราะเสน่ห์ของอาลัว ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่อยู่ที่ความรู้สึก เวลาที่มันค่อย ๆ ละลายในปาก

Written by Arinna | Ravishziin


  | ⏎ | ARCHIVE | GUESTBOOK | 



 
 
 



รวิศศินทร์ (Ravishziin) จำหน่ายศิลปะหัตถกรรม ขนมหวานขนมอบ
ขายปลีก-ส่ง สามารถสั่งทำล่วงหน้าได้ สินค้าคุณภาพสมราคา
◈ Map: 365/98 นาคนิวาส ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10240